Verification: 234cbc2215f1fb96

Editto

เครื่องมือ AI สำหรับปรับแก้วิดีโอจาก “คำสั่ง” ที่ระบุชัดเจน—เปลี่ยนโทน สี จังหวะ และรายละเอียดฉากให้ตรงบรีฟ พร้อมจุดตรวจคุณภาพอัตโนมัติก่อนส่งออกบน Cleep AI

EdittoEdittoEdittoEdittoEdittoEditto
วิธีการทำงาน

ตัดต่อวิดีโอด้วย Editto ใน 3 ขั้นตอน

จากฟุตเทจดิบสู่งานตัดที่เนี้ยบ — ตัดต่อวิดีโอด้วยการแก้ข้อความ ภายใน Cleep.ai โดยตรง

ขั้นตอนที่ 01 — อัปโหลดฟุตเทจของคุณ

เพิ่มคลิปที่คุณต้องการตัดต่อ แล้ว Editto จะสร้างทรานสคริปต์ที่จัดเรียงตามเวลาของทุกคำพูด

ขั้นตอนที่ 02 — แก้ข้อความและกำหนดรูปแบบ

ตัด ลบคำฟุ่มเฟือย และจัดโครงสร้างฉากใหม่ด้วยการแก้ทรานสคริปต์ จากนั้นเลือกอัตราส่วนภาพและความละเอียด

ขั้นตอนที่ 03 — สร้างและดาวน์โหลด

คลิกสร้างแล้วรอสักครู่ Editto จะเรนเดอร์ไทม์ไลน์ที่อัปเดตแล้ว ดาวน์โหลดได้เลย หรือปรับข้อความต่อแล้วรันอีกครั้ง

สร้างและดาวน์โหลด
สิ่งที่ทำได้

วิธีใช้งาน Editto

เวิร์กโฟลว์

เริ่มจากอัปโหลดวิดีโอต้นฉบับ แล้วพิมพ์คำสั่งแบบเป็นข้อ ๆ เช่น “ทำให้โทนอบอุ่นขึ้น ลดสั่น เพิ่มความคมเฉพาะใบหน้า และคงฉากหลังเดิม” เครื่องมือจะตีความคำสั่งตามลำดับเพื่อแก้ไขเฟรมให้สอดคล้องกันทั้งคลิป ก่อนส่งออกควรตรวจช่วงที่มีการเคลื่อนไหวเร็วและฉากแสงน้อย เพราะเป็นจุดที่มักต้องปรับคำสั่งให้ละเอียดขึ้น

เวิร์กโฟลว์

งานที่เหมาะ

เหมาะกับคอนเทนต์สั้นที่ต้องทำหลายเวอร์ชัน เช่น ปรับสีให้เข้ากับแบรนด์ เปลี่ยนจังหวะให้กระชับ หรือทำเวอร์ชันแนวตั้งสำหรับโซเชียล ทีมการตลาดสามารถสั่งแก้แบบระบุเงื่อนไข เช่น “คงโลโก้ไว้ตลอด” หรือ “ห้ามเปลี่ยนฉากหลัง” เพื่อรักษาความสม่ำเสมอของแคมเปญ งานโปรดักชันยังใช้เพื่อรีทัชช่วงที่แสงเพี้ยนหรือโทนไม่เท่ากันระหว่างช็อตได้รวดเร็ว

งานที่เหมาะ

ตรวจคุณภาพก่อนส่งออก

ก่อนดาวน์โหลด ระบบควบคุมคุณภาพอัตโนมัติจะช่วยตรวจจุดเสี่ยง เช่น ความสอดคล้องของสีระหว่างช็อต การกระพริบ/อาร์ติแฟกต์ และความคมชัดในส่วนที่ถูกสั่งแก้ หากพบความคลาดเคลื่อน แนะนำให้ปรับคำสั่งให้เฉพาะเจาะจงขึ้น เช่น ระบุช่วงเวลา (timestamp) หรือระบุ “คงพื้นผิวเดิม” เพื่อกันรายละเอียดเพี้ยน ขั้นตอนนี้ทำให้การส่งงานมีหลักฐานการตรวจทานที่ชัดเจนขึ้นในทีม

ตรวจคุณภาพก่อนส่งออก

ทำไมเวิร์กโฟลว์แบบสั่งงานถึงคุ้ม

แกนหลักคือ AI technology ที่รับคำสั่งเชิงบรรณาธิการ (instruction-based prompting) เพื่อแปลง “ความตั้งใจ” ให้กลายเป็นการแก้ไขที่ทำซ้ำได้ในหลายคลิป สถาปัตยกรรมแบบ distilled ช่วยให้ประมวลผลได้คล่องตัว เหมาะกับงานที่ต้องวนหลายรอบและต้องรักษามาตรฐานให้เหมือนกันทั้งชุด เพื่อความปลอดภัยของงานจริง ควรกำหนดข้อห้ามในคำสั่ง (เช่น ห้ามเปลี่ยนโลโก้/ตัวอักษร) และใช้ผลจากระบบ QC เป็นจุดยืนยันก่อนเผยแพร่

ทำไมเวิร์กโฟลว์แบบสั่งงานถึงคุ้ม

พร้อมทำเวอร์ชันใหม่จากคลิปเดิมภายในไม่กี่นาที

อัปโหลดวิดีโอ ใส่คำสั่งให้ชัด แล้วให้ระบบสร้างเวอร์ชันที่ตรงบรีฟสำหรับงานโฆษณา คอนเทนต์ หรือพรีเซนต์ลูกค้า ก่อนส่งออกอย่าลืมดูพรีวิวและผ่านรายการตรวจคุณภาพอัตโนมัติ เพื่อให้ผลลัพธ์นิ่งและสม่ำเสมอในทุกช็อต เริ่มใช้งานบน Cleep AI ได้ทันทีจากหน้าเครื่องมือ

พร้อมทำเวอร์ชันใหม่จากคลิปเดิมภายในไม่กี่นาที
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องมือนี้ทำงานกับวิดีโอแบบ “ditto video” อย่างไร

แนวคิดคือยึดโครงเรื่องและองค์ประกอบหลักของคลิปเดิมไว้ แล้วทำการแก้ไขตามคำสั่งแบบเป็นขั้นตอน เช่น โทนสี จังหวะ หรือรายละเอียดเฉพาะส่วน เพื่อให้ได้เวอร์ชันใหม่ที่ยัง “เหมือนต้นฉบับ” ในสิ่งที่สำคัญ

การขยายงานตัดต่อด้วยคำสั่งให้ได้คุณภาพสูงทำได้อย่างไร

การสเกลงานเน้น 3 ส่วน: เขียนคำสั่งให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน, ใช้โมเดลแบบ distilled เพื่อลดเวลาประมวลผลต่อคลิป, และพึ่งระบบควบคุมคุณภาพอัตโนมัติเพื่อคัดกรองอาร์ติแฟกต์/ความไม่สอดคล้องก่อนส่งออก

ความสามารถหลักที่คาดหวังได้มีอะไรบ้าง

รองรับการแก้โทนสี/สไตล์, ปรับความคมและความนิ่งในจุดที่ระบุ, และรักษาองค์ประกอบสำคัญตามข้อห้ามในคำสั่ง ผลลัพธ์เหมาะกับงานที่ต้องทำหลายเวอร์ชันจากคลิปเดียวโดยคุมมาตรฐานให้เหมือนกัน

ต้องเขียนคำสั่งแบบไหนถึงได้ผลดี

ควรเขียนเป็นข้อ ๆ และระบุสิ่งที่ต้อง “คงไว้” ควบคู่กับสิ่งที่ต้อง “เปลี่ยน” เช่น “คงโลโก้และตัวอักษรเดิม, ทำโทนเย็นขึ้น, ลดนอยส์ในฉากมืด” ถ้ามีช่วงที่ต้องการแก้เฉพาะจุด ให้ระบุช่วงเวลาเพื่อให้ผลลัพธ์นิ่งขึ้น

ควรตรวจอะไรเป็นพิเศษก่อนเลือกใช้กับงานจริง

ให้ทดสอบกับคลิปตัวอย่างที่มีสภาพยาก เช่น แสงน้อย การเคลื่อนไหวเร็ว และฉากที่มีตัวอักษร/โลโก้ จากนั้นดูพรีวิวและผลจากระบบ QC เพื่อยืนยันว่าไม่มีการเพี้ยนของรายละเอียดที่สำคัญ

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคืออะไร

หลายคนคิดว่าแค่พิมพ์คำสั่งสั้น ๆ จะได้ผลเหมือนกันทุกคลิป แต่ความจริงคุณภาพขึ้นกับความชัดของคำสั่งและข้อจำกัดของฟุตเทจ การใส่ข้อห้ามและขั้นตอนตรวจคุณภาพก่อนส่งออกช่วยลดงานแก้ซ้ำได้มาก