Verification: 234cbc2215f1fb96

Kontext Max

สร้าง/ปรับภาพจาก “บริบท” ที่ให้มา ทั้งภาพเป้าหมายและภาพอ้างอิง เพื่อคงรายละเอียดสำคัญให้ใกล้เคียงต้นฉบับ เหมาะกับงานครีเอทีฟ แบรนด์ และคอนเทนต์ที่ต้องการความสม่ำเสมอ

Kontext MaxKontext MaxKontext MaxKontext MaxKontext MaxKontext Max
วิธีการทำงาน

สร้างภาพด้วย Kontext Max ใน 3 ขั้นตอน

จากไอเดียที่เขียนออกมาสู่ภาพที่เสร็จสมบูรณ์ — ไม่ต้องตั้งค่า ไม่ต้องใช้ปลั๊กอิน ไม่ต้องใช้ Discord

ขั้นตอน 01 — อธิบายภาพของคุณ

เขียนพรอมต์ของคุณ และหากต้องการ ก็เพิ่มภาพอ้างอิงหนึ่งภาพเพื่อกำหนดทิศทางสไตล์ องค์ประกอบ หรือตัวแบบ

ขั้นตอน 02 — เลือกรูปแบบและจำนวน

เลือกอัตราส่วนภาพ (9:16, 21:9, 16:9, 4:3) และจำนวนภาพที่จะสร้างพร้อมกัน (สูงสุด 4 ภาพ) สร้างเป็นชุดแล้วเก็บภาพที่คุณชอบไว้

ขั้นตอน 03 — สร้างและดาวน์โหลด

คลิกสร้าง Kontext Max จะส่งภาพของคุณกลับมาภายในไม่กี่วินาที ดาวน์โหลดภาพที่คุณชอบ หรือปรับพรอมต์แล้วสร้างใหม่อีกครั้ง

สร้างและดาวน์โหลด
สิ่งที่ทำได้

วิธีทำงานกับ Kontext Max

เวิร์กโฟลว์แบบภาพเป็นตัวตั้ง

เริ่มจากอัปโหลดภาพเป้าหมาย จากนั้นเพิ่มภาพอ้างอิง 1–หลายใบเพื่อกำหนดตัวตน โทนสี หรือวัสดุที่ต้องคงไว้. ใส่คำอธิบายสั้นๆ ว่าต้องการเปลี่ยนอะไรและอะไรที่ “ห้ามเปลี่ยน” เพื่อให้ผลลัพธ์ยึดบริบทเดิม. เมื่อได้ภาพออกมา ให้ทำรอบแก้ไขโดยปรับเฉพาะส่วนที่ยังไม่ตรง เช่น แสง เงา หรือฉากหลัง.

เวิร์กโฟลว์แบบภาพเป็นตัวตั้ง

งานที่ต้องคุมความสม่ำเสมอ

เหมาะกับการทำภาพสินค้าให้คงรูปทรง โลโก้ และโทนแบรนด์ แต่เปลี่ยนฉากหรือพร็อพตามแคมเปญ. ใช้ทำชุดภาพโซเชียลหลายขนาดโดยรักษาหน้าตาเดียวกัน ลดเวลาปรับทีละไฟล์. สำหรับทีมครีเอทีฟ สามารถใช้ภาพอ้างอิงหลายใบเพื่อคุมสไตล์ให้ไปในทิศทางเดียวกันทั้งซีรีส์.

งานที่ต้องคุมความสม่ำเสมอ

จุดตรวจคุณภาพก่อนนำไปใช้

หลังได้ผลลัพธ์ ควรซูมตรวจส่วนที่เสี่ยงเพี้ยน เช่น ตัวอักษร โลโก้ ลายผ้า มือ และขอบวัตถุ. หากใช้ภาพอ้างอิงหลายใบ ให้เช็กว่าคุณลักษณะที่ตั้งใจคุม (สีผิว โทนแสง วัสดุ) ตรงกันทั้งภาพ. ก่อนส่งงานจริง แนะนำทำรอบยืนยันด้วยการเปรียบเทียบภาพต้นฉบับกับผลลัพธ์แบบวางคู่เพื่อจับความต่างที่มองข้ามง่าย.

จุดตรวจคุณภาพก่อนนำไปใช้

ทำไมแนวทาง Flow Matching ถึงเหมาะกับงาน “ตามบริบท”

โมเดลสาย generative flow matching models ใช้แนวคิด Flow Matching เพื่อค่อยๆ นำภาพไปสู่ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับเงื่อนไข ทำให้การคุมทิศทางด้วยภาพอ้างอิงและคำอธิบายทำได้เป็นระบบ. ในงาน In-Context Image Generation จุดเด่นคือการรักษาความสัมพันธ์ขององค์ประกอบเดิม เช่น แสง เงา และสัดส่วน ขณะปรับฉากหรือสไตล์. สำหรับงานที่ต้องทำหลายรอบ การยึด “บริบท” ช่วยลดการแก้ซ้ำจากความไม่สม่ำเสมอระหว่างภาพ.

ทำไมแนวทาง Flow Matching ถึงเหมาะกับงาน “ตามบริบท”

พร้อมทำภาพชุดถัดไปให้คุมโทนได้ตั้งแต่รอบแรก

เปิด Cleep AI แล้วอัปโหลดภาพเป้าหมายกับภาพอ้างอิงเพื่อเริ่มทำงานแบบตามบริบททันที. ตั้งเงื่อนไข “ต้องคงไว้” ให้ชัด แล้วทำรอบปรับเฉพาะจุดจนได้ภาพที่พร้อมส่ง. เมื่อผ่านจุดตรวจคุณภาพแล้ว ค่อยดาวน์โหลดไปใช้กับโฆษณา หน้าร้าน หรือโพสต์โซเชียล.

พร้อมทำภาพชุดถัดไปให้คุมโทนได้ตั้งแต่รอบแรก
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

รองรับการใช้ภาพอ้างอิงหลายใบได้อย่างไร

สามารถแนบภาพอ้างอิงมากกว่าหนึ่งใบเพื่อคุมสไตล์ ตัวตน หรือรายละเอียดเฉพาะส่วนได้ ควรเลือกภาพที่มีคุณลักษณะสอดคล้องกันเพื่อให้ผลลัพธ์นิ่งขึ้น.

แนวคิด In-Context Image Generation ต่างจากการสร้างภาพทั่วไปอย่างไร

งานแบบตามบริบทเริ่มจากภาพที่มีอยู่แล้ว แล้วใช้ภาพอ้างอิง/คำอธิบายเพื่อปรับเฉพาะสิ่งที่ต้องการ โดยพยายามรักษาองค์ประกอบเดิมให้มากที่สุด.

Flow Matching คืออะไร และเกี่ยวอะไรกับคุณภาพภาพ

Flow Matching เป็นแนวทางในกลุ่ม generative flow matching models ที่กำหนดเส้นทางการเปลี่ยนผ่านไปสู่ผลลัพธ์ตามเงื่อนไข ช่วยให้การคุมทิศทางด้วยบริบททำได้สม่ำเสมอขึ้นในงานแก้ไข/ต่อยอดภาพ.

ควรตรวจอะไรเป็นพิเศษก่อนนำภาพไปใช้เชิงพาณิชย์

ให้ตรวจโลโก้ ตัวอักษร รายละเอียดเล็กๆ (มือ ขอบวัตถุ ลายผ้า) และความถูกต้องของสีแบรนด์ แนะนำวางเทียบกับต้นฉบับและตรวจที่กำลังขยายสูง.

ถ้าผลลัพธ์ยังไม่ตรง ควรปรับอย่างไรให้ได้เร็วขึ้น

ระบุสิ่งที่ต้องคงไว้ให้ชัดเจนขึ้น (เช่น “ห้ามเปลี่ยนโลโก้/รูปทรงสินค้า”) ลดจำนวนการเปลี่ยนแปลงต่อรอบ และเลือกภาพอ้างอิงที่ใกล้กับเป้าหมายมากขึ้น.

มีข้อจำกัดที่ควรรู้เมื่อใช้ภาพอ้างอิง/ใบหน้าไหม

ภาพที่ความละเอียดต่ำ แสงต่างกันมาก หรือมีการบังใบหน้าเยอะ อาจทำให้ความเหมือนลดลง ควรใช้ภาพที่คมชัดและมุมใกล้เคียงกันเพื่อผลลัพธ์ที่เสถียร.