Verification: 234cbc2215f1fb96

FLUX.1 Kontext Max โปรแกรมแก้ไขภาพ AI ระดับพรีเมียม

ราคาจัดการบัญชี

ตัวสร้างภาพ AI

กำกับฉากตามสไตล์ของคุณ สร้างภาพด้วยมุมมอง ความลึก และสไตล์ที่ตั้งใจ

Upload your photo
1

อัปโหลดรูปภาพของคุณและบอกเราว่าคุณจินตนาการอะไร

การรวมทั้งสองให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

Enjoy result
2

เพลิดเพลินกับรูปภาพของคุณที่นำมาชีวิตโดย AI

FLUX.1 Kontext Max โปรแกรมแก้ไขภาพ AI ระดับพรีเมียม

FLUX.1 Kontext Max คือเส้นทางระดับพรีเมียมในตระกูล Kontext และเอกสารทางการของ Black Forest Labs ก็วางตำแหน่งมันไว้อย่างตรงไปตรงมา: best-output-quality, industry-leading typography, maximum prompt adherence, premium consistency และราคาประมาณ 0.08 ดอลลาร์ต่อภาพ จุดนี้สำคัญเพราะทำให้เราพูดถึงโมเดลนี้ได้อย่างซื่อสัตย์มากขึ้น Kontext Max ไม่ใช่หน้าที่คุณเปิดเพียงเพราะชื่อดู “ใหญ่กว่า” แต่เป็นตัวเลือกสำหรับงานที่ต้องการผลลัพธ์ใกล้เคียงชิ้นงานพร้อมใช้งานมากกว่าภาพร่างราคาถูกที่ต้องกลับมาแก้หลายรอบ

อีกประเด็นที่ไม่ควรซ่อนไว้คือ ณ วันที่ 19 เมษายน 2026 Black Forest Labs แนะนำให้ใช้ FLUX.2 สำหรับโปรเจกต์ใหม่ด้านการสร้างและแก้ไขภาพ ดังนั้นหน้าของ Kontext Max ไม่ได้มีหน้าที่ทำให้มันดูเป็นคำตอบเริ่มต้นสำหรับทุก workflow ใหม่ แต่มีหน้าที่อธิบายให้ชัดว่าเส้นทางพรีเมียมนี้ยังเหมาะเมื่อไร เช่น เมื่อตัวหนังสือในภาพต้องอ่านได้จริง เมื่อต้องการให้โมเดลตาม prompt อย่างมีวินัยมากขึ้น เมื่อต้องการลดอาการคุณภาพแกว่งระหว่างเวอร์ชัน หรือเมื่องานแบบ edit-or-create ต้องการผลลัพธ์ที่ใกล้เคียง final asset มากกว่าระดับ draft

ถ้าจะสรุปสั้นที่สุด ก็คือ Kontext Max คือโมเดลที่มีไว้เพื่อลดจำนวนครั้งที่ทีมต้องพูดว่า “ลอง generate ใหม่อีกรอบ” ถ้าทีมของคุณเสียเวลาเพราะข้อความบนโปสเตอร์ดูไม่คม ภาพ product hero drift ไปคนละทางในแต่ละเวอร์ชัน หรือ asset เดิมต้องการการรีวิชันที่ดูแพงและเนี้ยบกว่าเดิม Max จะเริ่มมีเหตุผลขึ้นมา แต่ถ้าโจทย์หลักคือ exploration, iteration ราคาประหยัด หรือการเริ่ม stack ใหม่บน BFL ก็ยังมี route อื่นที่เหมาะกว่าในหลายกรณี

คำตอบสั้น ๆ

ใช้ FLUX.1 Kontext Max เมื่อชิ้นงานมีความเป็นพรีเมียมและใกล้เวอร์ชันสุดท้ายแล้ว เช่น campaign visual ที่ต้องมีข้อความอ่านได้, product hero ที่ต้องดู polished, style revision ที่ต้องคุมทิศทาง หรือ composition แบบ multi-reference ที่คุณอยากให้โมเดลพลาดน้อยลง

แหล่งข้อมูลหลักของหน้านี้ คือ Kontext overview, Kontext Max API reference, Kontext image-to-image prompting guide และ BFL quick start สำหรับการสร้างภาพ จากเอกสารทางการ

สิ่งที่คุณจ่ายเพิ่มจริง ๆ คืออะไร

ข้อดีของเอกสารทางการคือมันไม่ทำให้ positioning ฟุ้งเกินจริง Black Forest Labs ไม่ได้ขาย Max ว่า “สร้างสรรค์กว่า” แต่ขายว่าเป็นโมเดล premium สำหรับ best output quality เหตุผลที่ยกมาก็ชัดเจน: typography, prompt adherence, consistency และราคาที่สูงกว่า Kontext Pro ดังนั้นสิ่งที่คุณจ่ายเพิ่มไม่ใช่ “เวทมนตร์ AI” แต่เป็นโอกาสที่มากขึ้นในการได้ผลลัพธ์ที่ใช้งานได้จริงตั้งแต่รอบแรกหรือรอบที่สอง

ความต่างนี้จะชัดที่สุดเมื่อการมาเก็บงานทีหลังมีต้นทุนสูง เช่น product hero ที่ต้องอ่านฉลากได้ โปสเตอร์ที่ copy ต้องดูตั้งใจ ภาพชุดของแบรนด์ที่ต้องคุมความรู้สึกเดียวกัน หรือการรีวิชัน asset แคมเปญที่ต้องดูแพงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในกรณีเหล่านี้ Max มีความหมายเพราะมันช่วยลดจำนวนจุดที่งานจะพังแล้วต้องมานั่งเก็บมือทีหลัง

บอร์ดสรุปจุดแข็งของ Kontext Max สำหรับงานแก้ไขภาพระดับพรีเมียม ตัวหนังสือที่อ่านได้ และภาพแคมเปญที่ใกล้ใช้งานจริง
Kontext Max เหมาะที่สุดเมื่อภาพใกล้จะถูกนำไปใช้งานจริงอยู่แล้ว ค่า premium จึงไม่ได้จ่ายเพื่อ novelty แต่จ่ายเพื่อความผิดพลาดที่น้อยลงในเรื่อง typography, finish และความนิ่งของผลลัพธ์

Typography เป็นเหตุผลในการเลือกจริง ๆ

หน้า overview ของทางการพูดถึง industry-leading typography โดยตรง สำหรับโปสเตอร์ ฉลาก บรรจุภัณฑ์ และโฆษณาที่มีข้อความมาก นี่คือสัญญาณเชิง use case ที่ชัดเจน

ความพรีเมียมหมายถึงการตาม brief ได้มีวินัยขึ้น

Black Forest Labs เน้น maximum prompt adherence ด้วย ซึ่งในทางปฏิบัติแปลว่าความประหลาดใจน้อยลงเมื่อคำสั่งเปลี่ยนแปลงมีความเฉพาะเจาะจง

Consistency มีค่ามากที่สุดเมื่อภาพใกล้ final

ถ้าคุณต้องแตก concept เดียวออกเป็นหลายเวอร์ชันที่ปลอดภัยและนิ่ง ความสม่ำเสมอมักสำคัญกว่าความเร็วล้วน ๆ

Experimental multiref ทำให้ Max ดูเป็นงาน production มากขึ้น

API มี input_image_2, input_image_3 และ input_image_4 ในฐานะ multiref แบบ experimental ทำให้คุมงานที่ต้องพึ่งหลาย reference ได้ดีขึ้นกว่า loop ที่มี reference เดียว

สิ่งที่เอกสารทางการยืนยันได้จริง

หน้า SEO ที่ดีจะมีประโยชน์ขึ้นเมื่อยอมยึดกับสิ่งที่ตรวจสอบได้จริง เอกสารของ BFL ให้ข้อมูลที่พอจะสร้างหน้าที่แข็งแรงได้อยู่แล้ว โดยไม่ต้องใส่ benchmark ที่ไม่ชัดเจนหรือคำสัญญากว้าง ๆ เกินจริง

หัวข้อ สิ่งที่ยืนยันได้จากเอกสาร ความหมายต่อผู้ใช้
คำแนะนำระดับ family Black Forest Labs แนะนำ FLUX.2 สำหรับโปรเจกต์ใหม่ด้านการสร้างและแก้ไขภาพ Kontext Max ไม่ควรถูกมองเป็น starting point อัตโนมัติของทุกโปรเจกต์ใหม่
ตำแหน่งของ Max ระบุว่าเป็น best-output-quality premium model พร้อม typography ที่เด่น, maximum prompt adherence, premium consistency และราคา 0.08 ดอลลาร์ต่อภาพ คุณค่าของ Max ชัดที่สุดเมื่องานต้องการ finish ที่ดีและ output quality สูงกว่าการประหยัดต้นทุน
บทบาทของ API ชื่อหน้าอธิบายตรง ๆ ว่า Edit or create an image with Flux Kontext Max นี่ไม่ใช่ endpoint แบบ text-to-image ล้วน ๆ แต่รองรับทั้ง create และ edit ในกรอบเดียว
การรองรับ multiref มี input_image พร้อม input_image_2, input_image_3, input_image_4 เป็น experimental multiref สามารถยึดหลาย visual anchor ในคำขอเดียว เช่น product, palette, layout หรือ mood
Aspect ratio รองรับตั้งแต่ 21:9 ถึง 9:21 เหมาะกับทั้ง wide hero, vertical ad และ social-first format
Output format รองรับ jpeg, png, webp และใช้ png เป็นค่าเริ่มต้น ทีมเลือกได้ว่าจะเน้นไฟล์ทำงานที่สะอาดหรือไฟล์ส่งมอบที่เบากว่า
การควบคุม prompt และ safety prompt_upsampling ปิดไว้เป็น default และ safety_tolerance เริ่มที่ 2 ปรับได้ตั้งแต่ 0 ถึง 6 มีระดับการควบคุมที่เป็นประโยชน์โดยไม่ต้องสร้าง orchestration ที่ซับซ้อนมาก
ข้อจำกัดเชิงปฏิบัติการ signed result URL อยู่ได้ 10 นาที, ไม่ควรส่งตรงให้ end user และ flux-kontext-max จำกัดไว้ที่ 6 active tasks polling, download และ concurrency เป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพการใช้งานจริง ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิคจุกจิก

Kontext Max เหมาะที่สุดเมื่อไร

Max จะเด่นชัดที่สุดเมื่องานภาพเริ่มเข้าใกล้ระดับ deliverable แล้ว เช่น visual แคมเปญที่ข้อความบนแพ็กเกจต้องอ่านได้ โปสเตอร์ที่ final copy สำคัญจริง หรือระบบภาพของแบรนด์ที่ต้องแตกออกเป็นหลายเวอร์ชันโดยยังคงคุณภาพและอารมณ์เดิม ในสถานการณ์แบบนี้ typography และ consistency ไม่ใช่แค่คำสวย ๆ แต่แปลตรง ๆ เป็นชั่วโมงงานที่ไม่ต้องมานั่งเก็บมือ

มันยังเหมาะขึ้นอีกเมื่อกรอบทางภาพถูกกำหนดไว้แล้ว หากสินค้า family ของ composition โทนตัวอักษร mood หรือ identity ของตัวละครถูกล็อกมาแล้ว การเลือก premium route ของ Kontext จะดูมีเหตุผลกว่าการเลือกโมเดลเพียงเพราะมันเร็ว และ experimental multiref ก็ช่วยยึดหลายส่วนของ brief เข้าด้วยกันได้ดี

ถ้างานของคุณคือ... ตัวเลือกที่เหมาะกว่า เหตุผล
แก้งาน existing asset แบบเร็วหลายรอบ Kontext Pro Pro เป็น production-ready balance ที่เร็วกว่า จึงเหมาะกับ revision loop ที่ต้องคุมต้นทุน
ภาพ campaign แบบ premium ที่ text และ finish มองเห็นชัด Kontext Max เพราะ typography, prompt adherence และ premium consistency ให้ value ตรงกับโจทย์นี้โดยตรง
workflow ใหม่ของ BFL ที่เริ่มสร้างวันนี้ FLUX.2 เพราะเป็น current recommendation อย่างเป็นทางการ
โจทย์ที่ typography คือศูนย์กลางปัญหา Ideogram หรือ Kontext Max Ideogram ยังเป็นจุดเทียบที่ดีสำหรับงาน text-centric ส่วน Max เด่นกว่าเมื่อ typography อยู่ใน workflow ที่กว้างกว่า
กำลัง research ระหว่างหลาย creative route Image model hub Hub เหมาะกว่าเมื่อยังไม่ชัดว่างานเป็น edit-first, generation-first หรือ text-first

รูปแบบ prompt ที่เข้ากับ Max มากกว่า AI copy ทั่วไป

Kontext image-to-image prompting guide ของ Black Forest Labs ย้ำหลักเดียวกันซ้ำ ๆ คือ เขียนขอบเขตการแก้ให้ชัด บอกให้ชัดว่าอะไรจะเปลี่ยนและอะไรต้องคงอยู่ หลักนี้ยิ่งสำคัญกับโมเดลระดับพรีเมียม เพราะคุณค่าของมันอยู่ที่ control ที่ใช้ได้จริงในงาน production ไม่ใช่แค่ความ “สร้างสรรค์” ที่เดาไม่ได้

แนวคิดนี้ใช้ได้ดีเป็นพิเศษกับงานสี่แบบ: controlled revision, style transfer ที่ไม่ทำลายโครงสร้าง, character consistency หลายรอบ และ text edit แบบ quoted replacement ดังนั้น prompt ที่ดีสำหรับ Max จึงมักคล้ายโน้ตจาก art director มากกว่าข้อความฝัน ๆ แบบกว้าง ๆ

บอร์ดอธิบายโครงสร้าง prompt แบบ premium การแก้ตัวอักษร และการแบ่งบทบาทของ reference หลายภาพใน Kontext Max
บน Max prompt ที่ยาวกว่าไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอไป prompt ที่ชัดว่าอะไรเปลี่ยน อะไรคงอยู่ และ reference ไหนคุมส่วนไหน จะให้ผลที่เสถียรกว่า
Prompt pattern 1

สำหรับโปสเตอร์หรือ packaging copy ระดับพรีเมียม ใช้เมื่อคุณต้องการเปลี่ยน wording แต่ไม่อยากทำลายความรู้สึกของงานออกแบบ

Prompt: Replace 'LATE SUMMER DROP' with 'AUTUMN RELEASE' while maintaining the same font style, spacing rhythm, cream lettering, and centered poster layout.

Prompt pattern 2

สำหรับ product hero ที่ต้อง polished ขึ้น ใช้เมื่อสินค้าต้องเหมือนเดิม แต่โลกแวดล้อมต้องดูแพงขึ้น

Prompt: Keep the bottle shape, label structure, and camera angle exactly the same. Upgrade the scene into a premium studio hero with black stone, controlled rim light, soft reflections, and cleaner luxury contrast.

Prompt pattern 3

สำหรับ character-led campaign variation ใช้เมื่อ identity ต้องคงเดิม แต่ environment เปลี่ยนได้

Prompt: Place the same woman with short black hair in a night storefront campaign scene while maintaining the same facial features, hairstyle, expression, coat silhouette, and premium editorial mood.

Prompt pattern 4

สำหรับ workflow แบบ multiref ใช้เมื่อ reference เพิ่มเติมมีบทบาทจริง ไม่ใช่แค่แนบมาเฉย ๆ

Workflow idea: ใช้ภาพหลักเป็น subject reference, ภาพที่สองเป็น palette reference, ภาพที่สามเป็น layout หรือ mood reference และภาพที่สี่เป็น material/finish reference จากนั้นเขียน prompt ให้ชัดว่าอะไรต้องล็อกไว้และอะไรควรรับอิทธิพลจาก reference เหล่านั้น

ทำไม typography และ multiref จึงเป็นสองคันโยกที่สำคัญที่สุด

เหตุผลทางการที่แข็งแรงที่สุดสำหรับ Max คือเรื่อง typography และนี่สำคัญมาก เพราะตัวหนังสือที่อ่านไม่ได้ในภาพยังเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ทำให้ภาพ AI ดู “ถูก” ที่สุด Kontext guide ยังเพิ่มวิธีที่ใช้งานได้จริง คือใช้ quoted replacements เวลาจะแก้ข้อความ และถ้างานออกแบบพึ่งพา style ของตัวอักษรหรือสี ก็ให้เขียนกำกับไว้ชัด ๆ นอกจากนี้เอกสารยังบอกด้วยว่าการแก้ข้อความมักเสถียรกว่าเมื่อความยาวของข้อความใหม่ใกล้เคียงกับเดิม

อีกคันโยกสำคัญคือ experimental multiref ช่อง image เพิ่มเติมไม่ได้แก้ทุกปัญหา art direction แบบอัตโนมัติ แต่ช่วยให้ request เดียวถือ visual anchor หลายชุดได้พร้อมกัน ซึ่งมีประโยชน์เมื่อ product, palette, composition และ material feel ไม่ควรถูกกำหนดโดย reference เดียวกัน

Premium lever สิ่งที่ docs รองรับ วิธีใช้ให้คุ้ม
Text editing Kontext guide แนะนำ quoted replacement เช่น Replace 'old text' with 'new text' เขียนข้อความให้ precise และระบุการคง typography เมื่อ layout ต้องการความเป๊ะ
Text change ที่ปลอดภัยต่อ layout เอกสารระบุว่าการแก้ข้อความทำงานดีกว่ากับฟอนต์ที่อ่านง่ายและความยาวข้อความที่ใกล้กัน ใช้ Max กับ customer-facing text ได้ดี แต่ไม่ควรบังคับให้โมเดลแก้ความยาวที่ต่างกันเกินจริง
Character consistency Guide แนะนำให้เรียกชื่อตัวละครชัดเจนและคง identity markers ล็อกใบหน้า ผม สีหน้า และ silhouette ให้ละเอียดพอ ๆ กับคำอธิบายส่วนที่ต้องเปลี่ยน
Experimental multiref API มี input_image_2 ถึง input_image_4 เป็น field สำหรับ reference เพิ่มเติม กำหนดบทบาทให้แต่ละภาพใน workflow แทนการอัปโหลด “หลายภาพไว้ก่อน”

รายละเอียดเชิงปฏิบัติการที่ต้องรู้ก่อนเอาไปใช้จริง

Max ไม่ได้เกี่ยวกับ quality อย่างเดียว สำหรับทีมที่ใช้งานจริง พฤติกรรมของ endpoint ก็สำคัญ มันทำงานแบบ asynchronous: ส่ง request ไปแล้วค่อยตามผลผ่าน polling_url ที่คืนมา ลิงก์ผลลัพธ์เป็น signed URL ที่มีอายุเพียง 10 นาที quick start ยังระบุด้วยว่าไม่ควรส่ง URL นี้ตรงไปยัง end user และ flux-kontext-max ยังมีข้อจำกัดที่เข้มกว่า endpoint หลายตัว คือ 6 active tasks

สิ่งเหล่านี้อาจดูเล็ก แต่มีผลต่อประสบการณ์การใช้งานจริง ถ้า queueing, polling, download และ storage วางไว้ไม่ดี Max จะหมดความรู้สึกพรีเมียมอย่างรวดเร็ว แต่ถ้า pipeline เรียบร้อย มันจะเข้ากับงาน creative workflow ที่จริงจังได้ดีกว่ามาก

  • ใช้ polling_url ที่ระบบส่งกลับมา เพราะ BFL quick start แนะนำวิธีนี้อย่างชัดเจน
  • รีบดาวน์โหลดผลลัพธ์ เพราะ signed URL อยู่ได้เพียง 10 นาที
  • อย่าส่ง delivery URL ให้ผู้ใช้ตรง ๆ เอกสารแนะนำให้ดาวน์โหลดแล้วเสิร์ฟใหม่จาก infrastructure ของคุณเอง
  • คำนึงถึงลิมิต 6 active tasks เพราะ flux-kontext-max มี concurrency cap ที่แคบกว่า endpoint อื่นหลายตัว
  • เลือก output format อย่างมีเจตนา มี jpeg, png, webp และค่าเริ่มต้นคือ png
  • ใช้ aspect ratio เป็นส่วนหนึ่งของ art direction ช่วง 21:9 ถึง 9:21 มีประโยชน์มากกับ wide hero และ vertical ad

เมื่อไรไม่ควรจ่ายเพิ่มเพื่อ Max

หน้าระดับพรีเมียมที่ซื่อสัตย์ไม่ควรเลี่ยงคำถามนี้ หากงานส่วนใหญ่คือ exploration, iteration ราคาประหยัด หรือ stack ใหม่ที่ควรตาม recommendation ล่าสุดของ BFL ก็ไม่จำเป็นต้องเริ่มที่ Max ทุกครั้ง และไม่ได้แปลว่าทุกปัญหาเรื่อง typography ต้องจบที่ Max เสมอไป บางกรณี model ที่ text-centric กว่าก็เปรียบเทียบได้ตรงกว่า และบางกรณี loop แก้ภาพที่ถูกกว่าก็เพียงพอ

เลือก Kontext Max

เมื่อ output polish, readability ของข้อความในภาพ และ premium consistency คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจริง ๆ

เลือก Kontext Pro

เมื่อ workflow ยังเป็น edit-first แต่ priority หลักคือ revision loop ที่เร็วและถูกกว่า มากกว่า premium finish

เลือก FLUX.2

เมื่อคุณกำลังเริ่ม workflow ใหม่บน BFL วันนี้ และอยากตามคำแนะนำปัจจุบันของทางการ

เทียบกับ Ideogram

เมื่อปัญหาเกือบทั้งหมดหมุนรอบ poster text, signage หรือ text-led exploration

เทียบกับ Imagen 4 Ultra

เมื่อแกนการตัดสินใจเกี่ยวกับ premium generation ในอีก family มากกว่าการ edit ตามบริบท

ไปที่ Image model hub

ถ้าคุณยังต้องจัดหมวดก่อนว่างานนี้คือ premium editing, premium generation หรือ text-led creative direction

บอร์ดช่วยตัดสินใจระหว่าง Kontext Max, Kontext Pro, FLUX.2 และเส้นทางโมเดลภาพระดับพรีเมียมอื่น ๆ
ตำแหน่งที่ซื่อสัตย์ที่สุดของ Kontext Max คือแคบแต่ชัด: ใช้มันเมื่อ typography, prompt fidelity และความรู้สึกของงานที่พร้อมส่ง มีค่ามากกว่าการ rerun แบบประหยัดอีกหนึ่งรอบ

สิ่งที่เราตรวจสอบสำหรับคู่มือนี้

หน้านี้อิงจากเอกสารหลักของ Black Forest Labs ได้แก่ Kontext overview, Flux Kontext Max API reference, Kontext prompting guide และ BFL quick start ข้ออ้าง benchmark ที่ไม่มีแหล่งยืนยัน การเทียบคู่แข่งแบบเดาสุ่ม และคำสัญญาอนาคตที่ไม่ช่วยให้ผู้ใช้ตัดสินใจ ถูกตัดออกโดยตั้งใจ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ FLUX.1 Kontext Max

  1. FLUX.1 Kontext Max คืออะไร

    ตามคำอธิบายของ Black Forest Labs นี่คือโมเดล premium best-output-quality ในตระกูล Kontext ที่เน้น typography, prompt adherence, premium consistency และราคา 0.08 ดอลลาร์ต่อภาพ

  2. Kontext Max เหมาะกับการสร้างภาพหรือการแก้ภาพมากกว่ากัน

    Official API reference อธิบายว่าเป็น route สำหรับทั้ง create และ edit image ในทางปฏิบัติมันเด่นเมื่อทั้งสองแบบต้องการ control และ finish ที่สูงกว่า

  3. Black Forest Labs แนะนำ Kontext Max สำหรับโปรเจกต์ใหม่หรือไม่

    ไม่ สำหรับโปรเจกต์ใหม่ด้านการสร้างและแก้ภาพ คำแนะนำทางการคือ FLUX.2 ดังนั้น Kontext Max ควรถูกเลือกเพราะ use case แบบ premium ของมัน ไม่ใช่เพราะเป็นค่าเริ่มต้น

  4. เอกสารทางการบอกว่าจุดแข็งหลักของ Max คืออะไร

    หน้า overview ระบุ typography, maximum prompt adherence และ premium consistency เป็นจุดแข็งหลัก

  5. รองรับ reference image หลายภาพหรือไม่

    รองรับ โดยมี input_image_2, input_image_3 และ input_image_4 เป็น experimental multiref fields

  6. รองรับ aspect ratio ช่วงใด

    ตามเอกสารทางการ รองรับตั้งแต่ 21:9 ถึง 9:21

  7. มี output format อะไรให้ใช้บ้าง

    รองรับ jpeg, png และ webp โดยมี png เป็นค่าเริ่มต้น

  8. ควรเขียน prompt สำหรับแก้ข้อความอย่างไร

    Kontext guide แนะนำรูปแบบ quoted replacement เช่น Replace 'old text' with 'new text' และควรระบุการคง style ของฟอนต์หรือสีเมื่อมีความสำคัญ

  9. มีข้อจำกัดด้าน production ที่ควรรู้หรือไม่

    มี โดย flux-kontext-max จำกัดไว้ที่ 6 active tasks และ signed result URL มีอายุเพียง 10 นาที

  10. เมื่อไร Kontext Pro จะเหมาะกว่า Max

    เมื่อ workflow ยังเป็นแบบ edit-first แต่ priority หลักคือ revision loop ที่เร็วและประหยัดกว่า มากกว่าความพรีเมียมของ finish

โปรโมชันพิเศษ

ส่วนลด 90%

สร้างภาพและวิดีโอ AI ที่น่าทึ่งด้วยเครื่องมือที่จำเป็น

ปลดล็อกแผน Basic ได้เพียง $1

การต่ออายุอัตโนมัติเป็นสถานะออนไลน์ โปรโมชันจะพร้อมใช้งานจนกว่าคุณจะเปลี่ยนแผนของคุณและใช้ AI ของเราเพื่อสร้างรูปภาพที่น่าทึ่ง ข้อเสนอจะหมดอายุเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ และปลดล็อกเท่านั้นวิธีนี้มีคุณค่าสำหรับคุณ ส่วนลด 90%

ด้วยการเลือกอายุของคุณและดำเนินการต่อ คุณตกลงกับ เงื่อนไขการใช้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว
โปรดตรวจสอบก่อนดำเนินการต่อ