ตัวสร้างภาพ AI
กำกับฉากตามสไตล์ของคุณ สร้างภาพด้วยมุมมอง ความลึก และสไตล์ที่ตั้งใจ
อัปโหลดรูปภาพของคุณและบอกเราว่าคุณจินตนาการอะไร
การรวมทั้งสองให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
เพลิดเพลินกับรูปภาพของคุณที่นำมาชีวิตโดย AI
FLUX.1 Kontext Pro: เครื่องมือแก้ไขภาพด้วย AI
FLUX.1 Kontext Pro ไม่ใช่หน้าที่ควรเปิดเมื่อความต้องการของคุณมีแค่ว่า “ช่วยสร้างภาพใหม่จากข้อความ” และไม่สนใจเลยว่ากระบวนการแก้ไขทำงานอย่างไร หน้านี้จะมีประโยชน์มากกว่าในอีกสถานการณ์หนึ่ง คือคุณมีภาพอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นภาพร่าง โปสเตอร์ ภาพสินค้า หรือภาพอ้างอิงของตัวละคร และต้องการเปลี่ยนเพียงบางส่วนโดยไม่ทำให้ทั้งฉากพังไปหมด ใน เอกสารทางการของ Black Forest Labs โมเดล FLUX.1 Kontext [pro] ถูกอธิบายว่าเป็นโมเดลรุ่นก่อนหน้าที่รวมทั้งการสร้างภาพจากข้อความและการแก้ไขภาพไว้ในตัวเดียวกัน
จุดนี้สำคัญ เพราะช่วยวางโมเดลไว้ในหมวดที่ถูกต้อง Kontext Pro ไม่ได้เป็นแค่ตัวสร้างภาพอีกตัวที่เปลี่ยนชื่อใหม่ แต่เป็นเครื่องมือที่เด่นเรื่องการแก้ภาพตามคำสั่งข้อความ และยังสร้างภาพใหม่ได้ด้วย เอกสารทางการเน้นเรื่องการแก้เฉพาะจุด การรักษาความต่อเนื่องของตัวละคร การแก้ข้อความในภาพ และการเปลี่ยนสไตล์ หากงานจริงของคุณคือเปลี่ยนสีสินค้า แก้ข้อความบนโปสเตอร์ รักษาหน้าตาตัวละครเดิมผ่านหลายเวอร์ชัน หรือรีสไตล์ภาพโดยไม่รื้อคอมโพสิชันทั้งหมด หน้านี้จะตรงโจทย์กว่าหน้าแบบ “text-to-image เร็วทันใจ” มาก
อีกเรื่องหนึ่งที่ควรพูดตรง ๆ คือ ณ วันที่ 18 เมษายน 2026 เอกสารทางการของ Black Forest Labs แนะนำ FLUX.2 สำหรับโปรเจ็กต์สร้างภาพและแก้ไขภาพใหม่ นั่นไม่ได้แปลว่า Kontext Pro หมดประโยชน์ แต่แปลว่าหน้านี้ควรช่วยให้ผู้ใช้ตัดสินใจได้ว่าเมื่อไร Kontext Pro ยังเหมาะ และเมื่อไรควรข้ามไปใช้เส้นทางที่ใหม่กว่าเลย
เริ่มจาก FLUX.1 Kontext Pro เมื่อโจทย์จริงคือการแก้ภาพตามคำสั่ง เช่น เปลี่ยนสีสินค้า แก้ข้อความบนแบนเนอร์ เปลี่ยนฉากหลัง ปรับตัวละครทีละรอบ หรือเปลี่ยนสไตล์โดยให้ภาพส่วนใหญ่ยังคงเดิม
แหล่งข้อมูลหลักของหน้านี้ คือ Kontext overview, เอกสาร image editing, เอกสาร text-to-image และ คู่มือ prompting สำหรับ image-to-image จาก Black Forest Labs โดยตรง
Kontext Pro เหมาะกับงานแบบไหนมากที่สุด
วิธีเข้าใจ Kontext Pro ให้เร็วที่สุด คือหยุดมองมันเป็น “ตัวสร้างภาพที่ดีกว่าเดิม” แล้วมองว่าเป็นโมเดลสำหรับแก้ไขภาพอย่างแม่นยำ เอกสารทางการระบุชัดว่าคุณสามารถแก้ภาพได้ด้วยคำสั่งข้อความง่าย ๆ โดยไม่ต้องพึ่ง workflow ที่ซับซ้อนหรือการ fine-tune เพิ่ม นี่คือคุณค่าหลักของโมเดลนี้: คุณระบุให้ชัดว่าอะไรต้องเปลี่ยน และคาดหวังให้ส่วนที่เหลือของภาพยังนิ่งพอที่จะดูเหมือนการปรับแก้อย่างตั้งใจ ไม่ใช่การสุ่มสร้างใหม่ทั้งใบ
ในงานจริง นี่ทำให้ Kontext Pro เหมาะมากกับภาพการตลาด ภาพสินค้า ครีเอทีฟสำหรับโซเชียล และภาพแนวบทบรรณาธิการที่ต้องการแก้เฉพาะจุด แทนที่จะโยนภาพเดิมทิ้งแล้วเริ่มใหม่หมด นอกจากนี้ยังเหมาะกับการแก้ข้อความในภาพ เพราะ Black Forest Labs อธิบายวิธีเขียนคำสั่งแบบใส่ข้อความในเครื่องหมายอัญประกาศ เพื่อเปลี่ยนคำบนป้าย โปสเตอร์ หรือฉลาก โดยรักษาสไตล์และเลย์เอาต์เดิมรอบ ๆ ไว้
แก้เฉพาะจุดได้โดยไม่ต้องทำ workflow หนัก
เอกสารทางการวาง Kontext Pro ให้เป็นเครื่องมือแก้ภาพด้วยคำสั่งง่าย ๆ จึงเหมาะกับรอบรีวิวที่ต้องการความเร็ว
รักษาตัวละครเดิมได้หลายรอบ
คู่มือ prompting ยกตัวอย่างการแก้หลายขั้นที่ยังทำให้คนเดิมดูเป็นคนเดิม แม้จะเปลี่ยนฉากหรือสไตล์ไปแล้วก็ตาม
แก้ข้อความในภาพได้ตรงประเด็น
Black Forest Labs ระบุรูปแบบคำสั่งที่ชัดเจนสำหรับการแทนที่ข้อความ โดยไม่ทำให้รูปแบบรอบ ๆ หลุดไปมากเกินจำเป็น
สร้างและแก้ในตระกูลเดียวกัน
หน้า overview ของโมเดลชี้ว่า Kontext Pro รองรับทั้งการสร้างภาพใหม่และการแก้ภาพที่มีอยู่แล้วในกรอบการทำงานเดียวกัน
สิ่งที่เอกสารทางการยืนยันจริง
หน้า SEO ที่ดีจะมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อยอมแคบลงและแม่นขึ้น บทความเดิมพยายามจะพูดทุกอย่างพร้อมกัน ทั้ง benchmark ที่ไม่มีหลักฐาน คำสัญญาเชิง enterprise และการเปรียบเทียบที่ไม่ชัดเจน แต่จริง ๆ แล้วเอกสารของ Black Forest Labs ให้ข้อมูลพอสำหรับสร้างหน้าที่แข็งแรงได้โดยไม่ต้องเติมเรื่องเอง
| หัวข้อ | ข้อมูลที่ยืนยันในเอกสาร | ความหมายต่อผู้ใช้ |
|---|---|---|
| สถานะของโมเดล | FLUX.1 Kontext [pro] ถูกอธิบายว่าเป็นโมเดลรุ่นก่อนหน้า และเอกสารแนะนำ FLUX.2 สำหรับโปรเจ็กต์ใหม่ | Kontext Pro ยังใช้งานได้ แต่ถ้าจะเริ่ม integration ใหม่ ควรเทียบกับเส้นทางที่ใหม่กว่าก่อนตัดสินใจ |
| ความสามารถหลัก | สร้างภาพจากข้อความ แก้ภาพ รักษาความต่อเนื่องของตัวละคร แก้ข้อความในภาพ และเปลี่ยนสไตล์ | นี่ไม่ใช่แค่ image generator ทั่วไป แต่เป็นโมเดลที่มีตัวตนชัดด้านการแก้ไขภาพ |
| ตำแหน่งในตระกูลโมเดล | overview ระบุว่า Pro เป็นตัวเลือกที่เร็วพร้อมใช้จริงในงาน production มีการสร้างและแก้ไขในโมเดลเดียว ใช้เวลาประมาณ 5-6 วินาที และราคา 0.04 ดอลลาร์ต่อภาพ | Pro คือจุดสมดุลของตระกูล Kontext ไม่ใช่รุ่นคุณภาพสูงสุดและไม่ใช่สายวิจัยแบบเปิดน้ำหนัก |
| พื้นฐานของ editing API | endpoint /flux-kontext-pro ต้องใช้ทั้งคำสั่งข้อความและ input_image |
หาก workflow ของคุณเริ่มจากภาพเดิมอยู่แล้ว Kontext Pro จะต่อเข้ากับกระบวนการนั้นได้ตรงธรรมชาติ |
| ข้อจำกัดของการแก้ภาพ | ภาพนำเข้ารองรับได้สูงสุด 20MB หรือ 20 เมกะพิกเซล การแก้ภาพจะพยายามรักษาขนาดเดิมโดยปัดเป็นเลขที่หารด้วย 32 ลงตัว และรองรับอัตราส่วนตั้งแต่ 3:7 ถึง 7:3 | โมเดลนี้ถูกออกแบบมาให้ใกล้กับขนาดต้นฉบับ ไม่ได้บังคับให้ทุกงานต้องเข้าแคนวาสมาตรฐานแบบเดียวกัน |
| พฤติกรรมเมื่อสร้างจากข้อความ | เอกสาร text-to-image ระบุค่าเริ่มต้นที่ 1024x1024 และใช้อัตราส่วน 1:1 หากไม่กำหนดเพิ่ม |
ถ้าสร้างจากศูนย์ Kontext Pro จะทำงานราวภาพ 1MP จนกว่าคุณจะกำหนดสัดส่วนเอง |
| รูปแบบผลลัพธ์และการดึงไฟล์ | ผลลัพธ์รองรับ jpeg และ png และ URL แบบ signed ใช้ได้ 10 นาที |
จุดนี้สำคัญกับระบบที่ต้อง polling แล้วรีบดึงไฟล์ไปใช้ต่อ |
| ความยาวคำสั่ง | คู่มือ image-to-image ระบุเพดานที่ 512 tokens | จึงควรเขียนคำสั่งให้กระชับและชัดเจน มากกว่าพิมพ์ยาวจนรก |
ทำไม Kontext Pro ยังมีที่ยืนในปี 2026
หลายคนอาจอ่านประโยคที่ว่า “Black Forest Labs แนะนำ FLUX.2 สำหรับโปรเจ็กต์ใหม่” แล้วสรุปเร็วเกินไปว่า Kontext Pro ไม่ควรใช้อีกแล้ว นั่นเป็นมุมมองที่ง่ายเกินจริง Kontext Pro ยังเหมาะเมื่อทีมต้องการโมเดลที่เร็ว ใช้ใน production ได้จริง และงานที่ทำตรงกับจุดแข็งที่ระบุไว้ชัด เช่น การแก้เฉพาะจุด การเปลี่ยนข้อความ การรีสไตล์ และการทำงานกับตัวละครเดิมในหลายรอบ
เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับทีมที่ทำงานแบบ revision cycle ฝั่งการตลาด สินค้า และคอนเทนต์ ไม่ได้ต้องการภาพใหม่หมดทุกครั้ง แต่ต้องการเปลี่ยนคำ เปลี่ยนพื้นหลัง เปลี่ยนโทนสี หรือเปลี่ยนวัตถุบางชิ้นโดยให้ส่วนที่เหลือยังคงต่อเนื่องอยู่ ในกรอบงานแบบนี้ Kontext Pro ยังตอบโจทย์ได้ดีมาก
| ตัวเลือก | ภาพรวมจากเอกสารทางการ | เหมาะกับงานแบบไหน |
|---|---|---|
| FLUX.1 Kontext Pro | พร้อมใช้จริง เร็ว สร้างและแก้ในโมเดลเดียว ใช้เวลา 5-6 วินาที ราคา 0.04 ดอลลาร์ต่อภาพ | งานแก้ภาพตามคำสั่งที่ต้องการความเร็วและการแก้ซ้ำได้ มากกว่าการไล่คุณภาพปลายทางสูงสุด |
| FLUX.1 Kontext Max | คุณภาพสูงสุดของตระกูลนี้ เน้นตัวอักษรที่ดีกว่า การทำตามคำสั่งแม่นกว่า และความสม่ำเสมอระดับพรีเมียม ราคา 0.08 ดอลลาร์ต่อภาพ | งานที่มีความสำคัญสูงมากและต้องการทั้งคุณภาพ การจัดการตัวอักษร และความสม่ำเสมอระดับบน |
| FLUX.2 | Black Forest Labs แนะนำสำหรับโปรเจ็กต์ใหม่ รองรับหลายภาพอ้างอิงได้ถึง 10 ภาพ แก้ข้อความดีขึ้น และให้ผลลัพธ์ได้ถึง 4MP | โปรเจ็กต์ใหม่ที่อยากเดินตามเส้นทางล่าสุดที่ทีมผู้พัฒนาแนะนำโดยตรง |
รูปแบบคำสั่งที่ช่วยได้จริง
คู่มือ prompting ของ Kontext มีประโยชน์มากกว่าบทความ AI ทั่วไป เพราะมันเน้นที่ “อะไรต้องคงเดิม” หากคุณต้องการรักษาตัวละครเดิมไว้หลายรอบ Black Forest Labs แนะนำโครงสร้างที่ง่ายมาก: ระบุ reference ให้ชัด ระบุการเปลี่ยนแปลงให้ชัด แล้วระบุสิ่งที่เป็นตัวตนของตัวละครที่ต้องคงไว้ คู่มือยังเตือนถึงข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย คือใช้คำสรรพนามกว้าง ๆ แทนที่จะระบุตัวบุคคลให้ชัดเจน
เมื่อนำมาใช้จริง Kontext Pro จะตอบสนองดีกับคำสั่งที่ฟังดูเหมือนคำสั่งแก้ไข ไม่ใช่คำบรรยายเชิงกวี ตั้งชื่อวัตถุ บอกการเปลี่ยนแปลง และบอกสิ่งที่ต้องคงเดิม หากเป็นการเปลี่ยนครั้งใหญ่ เอกสารทางการยังแนะนำให้ค่อย ๆ ทำทีละขั้น แทนที่จะหวังให้โมเดลกระโดดทีเดียวจบ
ใช้กับการแก้วัตถุเฉพาะจุด: เปลี่ยนสินค้า หรือพร็อพ โดยไม่ต้องสร้างฉากทั้งหมดใหม่
Prompt: Change the bottle cap from matte black to brushed silver while keeping the same product shape, label layout, lighting, and background.
ใช้กับการรักษาตัวละครเดิม: ให้คนเดิมยังดูเป็นคนเดิมผ่านหลายรอบของการแก้
Prompt: Place the woman with short black hair in a rainy Tokyo street at night while maintaining the same facial features, hairstyle, eye shape, and expression.
ใช้กับการแก้ข้อความ: ใช้รูปแบบอ้างอิงข้อความแบบที่เอกสารแนะนำ
Prompt: Replace 'SUMMER SALE' with 'FLUX DROP' while maintaining the same font style, color, and placement.
ใช้กับการเปลี่ยนสไตล์ครั้งใหญ่: ค่อยทำเป็นหลายขั้นจะดีกว่าสั่งทุกอย่างในครั้งเดียว
Prompt: Transform the portrait into a claymation style while preserving the same person, then use that output as the base for the next scene change.
การแก้ข้อความและ annotation boxes คือสองจุดแข็งที่ใช้งานได้จริง
เอกสารทางการลงรายละเอียดไว้ดีมากในสอง workflow ที่มีมูลค่าสูง อย่างแรกคือการแก้ข้อความ Black Forest Labs แนะนำให้ใส่ข้อความเดิมและข้อความใหม่ไว้ในเครื่องหมายอัญประกาศ แล้วใช้โครงสร้างอย่าง Replace '[original text]' with '[new text]' อีกทั้งยังระบุว่าการแก้ข้อความจะทำงานได้ดีกว่าเมื่อฟอนต์อ่านง่าย และความยาวของข้อความใหม่ไม่ต่างจากเดิมจนเกินไป
อย่างที่สองคือ annotation boxes เอกสารอธิบายว่าคุณสามารถใช้กรอบสีสดเป็นตัวชี้ตำแหน่งสำหรับการแก้เฉพาะจุดได้ โดยเฉพาะเมื่อจำเป็นต้องย้ายหรือลดขนาดข้อความ Kontext Pro จะรับรู้กรอบเหล่านี้จากภาพต้นทาง และลบออกในผลลัพธ์สุดท้าย สำหรับแบนเนอร์ โปสเตอร์ แพ็กเกจจิง และเลย์เอาต์โฆษณา รายละเอียดนี้มีประโยชน์มาก
| งาน | แนวทางจากเอกสารทางการ | เหตุผลที่สำคัญ |
|---|---|---|
| แทนที่ข้อความ | ใช้เครื่องหมายอัญประกาศ: Replace 'old text' with 'new text' |
ทำให้โมเดลเข้าใจว่าเป็นคำสั่งแทนที่ข้อความโดยตรง ไม่ใช่คำขอเรื่อง typography แบบกว้าง ๆ |
| รักษารูปแบบตัวอักษร | หากจำเป็นให้ระบุชัด เช่น keep the same font style and color | ไม่เช่นนั้นโมเดลอาจแก้คำถูก แต่รูปแบบหลุด |
| รักษาเลย์เอาต์ | พยายามให้ความยาวข้อความใหม่ใกล้กับข้อความเดิม | ความต่างมากเกินไปมักทำให้ spacing และตำแหน่งเพี้ยน |
| แก้เฉพาะจุดแบบเจาะจง | ใช้กรอบสีสดเป็นตัวชี้ตำแหน่ง | ช่วยมากเมื่อต้องย้ายหรือปรับขนาดข้อความในเลย์เอาต์ที่ซับซ้อน |
เมื่อไรควรเปรียบเทียบกับโมเดลอื่น
ไม่มีหน้าที่มีประโยชน์จริงควรทำเหมือนว่า Kontext Pro คือคำตอบของทุกอย่าง Black Forest Labs เองก็พูดชัดว่า FLUX.2 คือคำแนะนำปัจจุบันสำหรับโปรเจ็กต์ใหม่ ดังนั้นสิ่งที่ซื่อสัตย์กว่า คือบอกให้ชัดว่าถ้าโจทย์เริ่มเปลี่ยนไป คุณควรเทียบ Kontext Pro กับอะไร
อยู่กับ Kontext Pro ต่อ
เมื่อ workflow หลักคือการแก้ภาพเดิมแบบ iterative และต้องการการปรับแก้ที่เร็วและควบคุมได้
เทียบกับ Kontext Max
เมื่อคุณค่าหลักอยู่ที่ typography, ความสม่ำเสมอระดับพรีเมียม และการทำตามคำสั่งได้แม่นที่สุด
เทียบกับ FLUX.2
เมื่อคุณกำลังเริ่ม integration ใหม่กับ Black Forest Labs และอยากเดินตามเส้นทางล่าสุดที่เอกสารแนะนำ
เทียบกับ Imagen 4 Fast
เมื่อโจทย์จริงคือการสร้างภาพใหม่หลายแนวทางอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่การแก้ภาพต้นฉบับ
เทียบกับ Ideogram
เมื่อความอ่านง่ายของข้อความบนโปสเตอร์ ฉลาก หรือเลย์เอาต์ที่เน้นตัวอักษรเป็นปัจจัยหลัก
เปิด image model hub
เมื่อคุณยังตัดสินใจอยู่ระหว่างงานสายแก้ไข งานสายสร้างภาพใหม่ หรือ workflow ที่เน้น typography
รายละเอียดเชิงปฏิบัติที่ควรรู้ก่อนนำไปใช้
เอกสาร API ให้รายละเอียดที่ใช้งานจริงหลายอย่าง ซึ่งมักถูกมองข้ามถ้าอ่านแค่หน้า marketing ตัวโมเดลต้องการทั้งคำสั่งข้อความและภาพต้นทางสำหรับการแก้ไข ส่วนงานสร้างภาพใหม่จากข้อความจะใช้ค่าเริ่มต้นเป็น 1024x1024 หากคุณไม่ระบุ aspect ratio ขณะที่การแก้ภาพจะพยายามรักษาขนาดของต้นฉบับไว้โดยปัดเป็นเลขที่หารด้วย 32 ลงตัว เว้นแต่คุณจะ override ด้วย aspect_ratio
เอกสารยังพูดถึง flow แบบ polling สำหรับดึงผลลัพธ์ และระบุว่า signed output URL มีอายุเพียง 10 นาที สิ่งเหล่านี้อาจไม่ใช่ส่วนที่ดูหวือหวาที่สุดของหน้า แต่มีผลต่อความน่าเชื่อถือในงาน production โดยตรง ถ้าคุณกำลังสร้างเครื่องมือภายในหรือ automation รอบ Kontext Pro รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้สำคัญพอ ๆ กับคุณภาพของภาพเลย
- การแก้ภาพต้องมี
input_image: เส้นทางหลักของโมเดลไม่ใช่ prompt-only workflow - ข้อจำกัดของภาพนำเข้าเป็นเรื่องจริง: เอกสารระบุไว้ชัดที่ 20MB หรือ 20 เมกะพิกเซล
- aspect ratio มีกรอบชัดเจน: รองรับตั้งแต่
3:7ถึง7:3 - ขนาดผลลัพธ์อยู่ราว 1MP: ควรวางแผน use case ด้วยความเข้าใจนี้
- ต้องดึงไฟล์ให้เร็ว: signed URL หมดอายุใน 10 นาที
สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนส่งงานต่อ
หน้าแนวแก้ไขภาพที่ดีไม่ควรจบด้วยประโยคว่า “เชื่อโมเดลไปเลย” Kontext Pro เก็บส่วนต่าง ๆ ของภาพไว้ได้ดี แต่การตรวจสุดท้ายยังต้องเป็นหน้าที่ของคน ตรวจ typography ตรวจว่าตัวละครยังเป็นคนเดิมจริงหรือไม่ ตรวจว่าบริเวณที่ไม่ถูกแตะยังดูนิ่ง และตรวจว่าผลลัพธ์นั้นตอบโจทย์ธุรกิจจริง ไม่ใช่แค่ “ภาพมันเปลี่ยนแล้ว”
- ดูว่าพื้นที่ที่ไม่ควรเปลี่ยนยังดูเหมือนไม่ได้เปลี่ยนจริง: งานที่ดีไม่ควรดูเหมือน rerender ใหม่ทั้งภาพ
- เช็กข้อความที่ถูกแทนที่: แม้จะแก้ถูกแล้ว ก็อาจต้องมีคนเช็กเรื่อง spacing และความยาว
- ตรวจ identity markers หลังแก้หลายรอบ: หน้า ผม สัดส่วน และสีหน้าควรต่อเนื่อง
- แยกงานใหญ่เป็นหลายขั้น: การเปลี่ยนครั้งใหญ่จำนวนมากมักทำงานดีกว่าเมื่อแตกเป็นรอบเล็ก ๆ
- ทบทวนเส้นทางอีกครั้ง: ถ้าโปรเจ็กต์ต้องการ integration ใหม่หรือ quality tier สูงกว่านี้ Kontext Pro อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
สิ่งที่เราใช้ยืนยันข้อเท็จจริงในหน้านี้
หน้านี้อ้างอิงจากเอกสารหลักของ Black Forest Labs ได้แก่ Kontext overview, เอกสาร image editing, เอกสาร text-to-image และ คู่มือ prompting แบบ image-to-image โดยเราเจตนาตัด benchmark ที่ไม่มีหลักฐาน คำกล่าวอ้างเกินจริง และการเปรียบเทียบเชิงคาดเดาออกทั้งหมด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ FLUX.1 Kontext Pro
FLUX.1 Kontext Pro คืออะไร?
ตามคำอธิบายของ Black Forest Labs มันคือโมเดลรุ่นก่อนหน้าที่รวมการสร้างภาพจากข้อความและการแก้ภาพไว้ด้วยกัน
Kontext Pro เด่นด้านสร้างภาพหรือแก้ภาพมากกว่า?
ทำได้ทั้งสองแบบ แต่คุณค่าที่เด่นที่สุดคือการแก้ภาพตามคำสั่งโดยรักษาบริบทเดิม ไม่ใช่การสร้างภาพใหม่แบบ generic
เอกสารทางการระบุความสามารถอะไรไว้บ้าง?
ได้แก่ การสร้างภาพจากข้อความ การแก้ภาพ การรักษาความต่อเนื่องของตัวละคร การแก้ข้อความ และการเปลี่ยนสไตล์
Black Forest Labs แนะนำอะไรสำหรับโปรเจ็กต์ใหม่?
เอกสารทางการแนะนำ FLUX.2 สำหรับโปรเจ็กต์ใหม่ด้านการสร้างและแก้ไขภาพ
การแก้ข้อความควรเขียนคำสั่งอย่างไร?
เอกสารแนะนำโครงสร้างชัด ๆ เช่น Replace 'old text' with 'new text' โดยใส่ข้อความไว้ในอัญประกาศ
Kontext Pro รักษาตัวละครเดิมผ่านหลายเวอร์ชันได้ไหม?
ได้ คู่มือทางการยกเรื่อง character consistency เป็นจุดแข็ง และแนะนำให้ระบุตัวละครกับลักษณะที่ต้องคงไว้ให้ชัด
ภาพนำเข้ามีข้อจำกัดอะไร?
เอกสารทางการระบุว่ารองรับ input_image สูงสุด 20MB หรือ 20 เมกะพิกเซล
ควรคาดหวังขนาดผลลัพธ์เท่าไร?
เอกสารอธิบายว่าผลลัพธ์อยู่ราว 1MP และถ้าสร้างจากข้อความโดยไม่กำหนดสัดส่วน ระบบจะเริ่มที่ 1024x1024
ความเร็วและราคาที่ระบุอย่างเป็นทางการคืออะไร?
overview ระบุว่า Kontext Pro เป็นตัวเลือกที่เร็ว ใช้เวลาประมาณ 5-6 วินาที และราคา 0.04 ดอลลาร์ต่อภาพ
เมื่อไรควรเทียบกับ Kontext Max?
เมื่อคุณต้องการคุณภาพของ typography ความสม่ำเสมอระดับพรีเมียม และการทำตามคำสั่งให้แม่นที่สุด มากกว่าความคุ้มค่าด้านเวลาและต้นทุน
โปรโมชันพิเศษ
สร้างภาพและวิดีโอ AI ที่น่าทึ่งด้วยเครื่องมือที่จำเป็น
ปลดล็อกแผน Basic ได้เพียง $1
การต่ออายุอัตโนมัติเป็นสถานะออนไลน์ โปรโมชันจะพร้อมใช้งานจนกว่าคุณจะเปลี่ยนแผนของคุณและใช้ AI ของเราเพื่อสร้างรูปภาพที่น่าทึ่ง ข้อเสนอจะหมดอายุเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ และปลดล็อกเท่านั้นวิธีนี้มีคุณค่าสำหรับคุณ ส่วนลด 90%
ด้วยการเลือกอายุของคุณและดำเนินการต่อ คุณตกลงกับ เงื่อนไขการใช้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว
โปรดตรวจสอบก่อนดำเนินการต่อ